กรมสุขภาพจิต พบอัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จ ในช่วงวัยทำงานและวัยสูงอายุ พร้อมนำเสนอมาตรการเฝ้าระวังการฆ่าตัวตาย

นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเข้าร่วมประชุมทางไกล (VDO Conference) กับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดในเขตสุขภาพทั่วประเทศว่ากรมสุขภาพจิตได้นำเสนอมาตรการเฝ้าระวังการ ฆ่าตัวตายในเขตสุขภาพ จะมีผู้พยายามทำร้ายตัวเองปีละประมาณ 53,000 คน และฆ่าตัวตายสำเร็จประมาณปีละ 4,000 คน โดยในปี 2561 ที่ผ่านมา พบอัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จสูงในวัยทำงานและวัยสูงอายุ และผู้ชายมีอัตตราการฆ่าตัวตายมากกว่าผู้หญิงถึง 4 เท่า

อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่อว่า กรมสุขภาพ เร่งดำเนินการสื่อสารกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขในการเฝ้าระวังการฆ่าตัวตายในพื้นที่ กลุ่มเสี่ยงพบว่าเป็นผู้ป่วยโรคเรื้อรังทางกาย ผู้ที่มีปัญหาจากการดื่มสุรา/สารเสพติด โรคทางจิตเวช ได้แก่ โรคซึมเศร้า โรคจิตเภท และผู้ที่เคยมีประวัติทำร้ายตัวเองมาก่อน
หากเป็นไปได้ในกรณีของคนรอบข้างผู้มีความเสี่ยงให้ดำเนินการโดยใช้หลักการปฐมพยาบาลทางจิตใจได้แก่

  1. สอดส่องมองหา ผู้ที่มีความคิดทำร้ายตัวเอง หรือผู้ที่มีการส่งสัญญาณเตือนในการฆ่าตัวตาย เช่น พฤติกรรมเปลี่ยนไปจากเดิม แยกตนเองออกจากสังคม
  2. ใส่ใจรับฟัง ด้วยความเข้าใจ ไม่ตำหนิหรือวิจารณ์
  3. ส่งต่อเชื่อมโยง เช่น การแนะนำสายด่วนสุขภาพจิต 1323 แอปพลิเคชั่น Sabaijai หรือแนะนำให้ไปพบบุคลากรสาธารณสุข
  4. ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการสังเกตสัญญาณเตือน แหล่งช่วยเหลือในชุมชน และ 5. ช่วยให้เข้าถึงบริการ เช่น ช่วยเหลือพาไปส่งโรงพยาบาลใกล้บ้าน เป็นต้น

นอกจากนี้ อธิบดีกรมสุขภาพจิตยังเน้นย้ำว่า การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารการฆ่าตัวตายของสื่อมวลชนต้องเป็นไปด้วยความระมัดระวังเพราะอาจเกิดผลกระทบกับกลุ่มเสี่ยง ทั้งนี้กรมสุขภาพจิตจัดให้มีการสัมมนาสื่อมวลชนขึ้น ในวันที่ 27 มีนาคม ที่จะถึงนี้ เพื่อสื่อสารวิธีการคำแนะนำให้แก่ประชาชนและ เพื่อป้องกันการเลียนแบบพฤติกรรมฆ่าตัวตายอีกด้วย

เหมียวหง่าว