กรมการแพทย์ เตือน ผู้เสพยาไอซ์ เสี่ยงโรคซึมเศร้าและอาจเสียชีวิตได้

นายแพทย์ภาสกร ชัยวานิชศิริ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ไอซ์ หรือ เมทแอมเฟตามีน ไฮโรคลอไรด์ ลักษณะของยาไอซ์เป็นผลึกใสคล้ายน้ำแข็ง มีการปนเปื้อนของสารอื่นๆน้อย มีความบริสุทธิ์สูงกว่า ยาบ้า 4-5 เท่า ออกฤทธิ์กระตุ้นต่อจิตและประสาท มีฤทธิ์เสพติดรุนแรงและอันตรายกว่ายาบ้า ซึ่งความอันตรายมาจากสารเคมีที่ผสมลงไป ทำให้ผู้เสพสุขภาพร่างกายทรุดโทรมอย่างเห็นได้ชัด

อาการของผู้เสพยาไอซ์มีดังนี้ เมื่อเสพยาไอซ์เข้าสู่ร่างกายจะกระตุ้นสมองให้หลั่งสารสื่อประสาท“โดปามีน” ออกมามากผิดปกติ ทำให้เกิดอารมณ์เคลิบเคลิ้ม สนุกสนาน สดชื่น กระปรี้กระเปร่า ผลของยาไอซ์ต่อผู้เสพขึ้นอยู่กับขนาดร่างกาย น้ำหนัก ปริมาณ และวิธีการใช้ ซึ่งอาการที่พบ ได้แก่ รูม่านตาขยาย เหงื่อออกมาก มือสั่น การมองเห็นพร่ามัว วิงเวียน คลื่นไส้อาเจียน รับประทานอาหารไม่ได้ ริมฝีปากแห้ง ในกรณีผู้ที่เสพยาไอซ์ปริมาณสูง จะทำให้พูดมากขึ้น ย้ำคิดย้ำทำ เกิดอาการหวาดระแวงและวิตกกังวลสูง พฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง มีอาการประสาทหลอนนำไปสู่โรคนอนไม่หลับเรื้อรัง ซึมเศร้าอย่างรุนแรงและอาจเสียชีวิตได้ และการเสพยาไอซ์ทำให้เกิดการเสพติดได้ง่ายเพราะออกฤทธิ์รวดเร็วและร้ายแรง จึงมีอันตรายต่อร่างกาย จิตใจและอารมณ์ ของผู้เสพได้มาก

ทั้งนี้ นายแพทย์สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กล่าวเพิ่มเติมว่า การบำบัดรักษายาไอซ์ในปัจจุบันยังไม่มียารักษาเฉพาะ แต่จะรักษาตามอาการ โดยแพทย์และทีมสหวิชาชีพ จะให้การบำบัดรักษาอาการขาดยา รวมถึงภาวะแทรกซ้อนทางกายและทางจิต บางรายรุนแรงถึงขั้นอยากฆ่าตัวตาย แพทย์จะให้ยาต้านอาการซึมเศร้าจนอาการดีขึ้นและให้การฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายและจิตใจ ในการแก้ไขปัญหา การเสริมสร้างพลังใจให้เข้มแข็ง รู้จักหลีกเลี่ยงหรือปฏิเสธการเสพยาไอซ์ รวมถึงการปรับตัวให้เข้ากับสังคม ซึ่งจะส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เจตคติ ในการเลิกเสพยาไอซ์ ทั้งนี้ต้องใช้เวลาในการบำบัดรักษาและฟื้นฟูอย่างน้อย 3 – 4 เดือน หากประสบปัญหาด้านยาและสารเสพติดสามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่ สายด่วนยาเสพติด 1165 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.pmnidat.go.th หรือเข้ารับการบำบัดรักษายาเสพติดได้ที่สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กรมการแพทย์ จังหวัดปทุมธานี และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ในส่วนภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ขอนแก่น อุดรธานี สงขลา และปัตตานี

เหมียวหง่าว